ทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน "จบลงแล้ว" หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ส่วนราคาน้ำมันโลกพุ่ง

📌 Diğer 📰 Thailand 🕐 2 saat önce
ทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน "จบลงแล้ว" หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ส่วนราคาน้ำมันโลกพุ่ง

ก่อนที่ทรัมป์จะกล่าวถ้อยคำดังกล่าวไม่นาน ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ไม่ถึง 76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,544 บาทไทย) แต่เมื่อถึงเวลา 09:45 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร ราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,611 บาทไทย) และยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง

หลังทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีตอบโต้กัน ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศว่า การหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน "ได้จบลงแล้ว"

"ผมไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว พวกเขาเป็นคนเลวทราม" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกีในเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น (ซึ่งตรงกับเวลาในไทยช่วงบ่ายโมง) "พวกเขาเป็นคนที่มีปัญหา และถูกนำโดยคนที่มีปัญหา... สำหรับผม เรื่องนี้จบแล้ว"

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ผู้แทนเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังสามารถหารือต่อไปได้ แต่ "ผมคิดว่าพวกเขากำลังเสียเวลา"

การประกาศของทรัมป์เป็นผลต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ช่วงดึกของวันอังคาร ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายของอิหร่านมากกว่า 80 แห่ง เพื่อเป็นการตอบโต้การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี อิหร่านยังไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตรง

ด้านอิหร่านระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ แล้ว

มาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต กล่าวว่า ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ "มีความจำเป็นอย่างยิ่ง" พร้อมกล่าวหาอิหร่านว่า "เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยพื้นฐาน" ขณะที่โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว อิหร่านและสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่มีจำนวน 14 หน้าไปแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายระยะเวลาการหยุดยิงและยุติความขัดแย้ง "ในทุกสมรภูมิแนวหน้า"

ตลอดช่วงคืนที่วันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมาช่องแคบฮอร์มุซทวีความตึงเครียดรุนแรงขึ้น โดยสหรัฐฯ และอิหร่านต่างเปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน ในขณะที่ทรัมป์ยังอยู่ร่วมการประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (US Central Command หรือ Centcom) ระบุเมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) ว่า ได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 80 แห่ง รวมถึงเรือขนาดเล็กของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (Islamic Revolutionary Guard Corps - IRGC) กว่า 60 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านกองกำลัง IRGC ระบุว่า ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตในช่วงเช้ามืดของวันพุธ (8 ก.ค.) ด้วย

Centcom ระบุว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ เป็นการตอบสนองต่อการที่อิหร่าน "พุ่งเป้าและโจมตีเรือพาณิชย์" ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีรายงานจากหลายแห่งระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เรือลำแรกที่สหรัฐฯ อ้างถึง คือ อัล เรคายยัต (Al Rekayyat) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของกาตาร์ โดยบีบีซี เวริฟายได้รับข้อมูลว่า เรือดังกล่าวถูกกระสุนหรือวัตถุพุ่งชนบริเวณนอกชายฝั่งโอมานเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

แรงปะทะทำให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือ แม้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็ตาม ทั้งนี้ เรือแล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวโดยปิดระบบส่งสัญญาณระบุตำแหน่งอัตโนมัติ (Automatic Identification System - AIS) และครั้งล่าสุดที่สามารถระบุตำแหน่

📌 Kaynak

Bu haber XML kaynağından derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.

Orijinal haberi oku →
📱
News AI World — Mobil uygulama
Bu haberleri 45 dilde, anlık çeviriyle cebinde. Erken erişim için Gmail adresini bırak.
← Tüm haberlere dön