เมื่อเมนูปลาน้ำจืดดิบในจานอีสาน บั่นทอนสุขภาพจากพยาธิใบไม้ตับ วิถีการกินจะปรับเปลี่ยนได้หรือไม่
การตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจแอนติเจนที่พบว่านิสิตใหม่ ม.มหาสารคามกว่า 4,000 คนมีเชื้อพยาธิใบไม้ตับ นอกจากนำมาสู่ข้อถกเถียงเรื่องการใช้ชุดตรวจแบบรวดเร็วแล้ว ตัวเลขนี้สะท้อนสถานการณ์ของโรคนี้อย่างไร และจะช่วยสร้างความตระหนักจนเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีการกินปลาน้ำจืดที่ไม่ปรุงสุกได้หรือไม่
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายงานข่าวที่สร้างความตระหนกให้กับหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ชอบกินอาหารประเภทปลาไทยที่ปรุงดิบ เช่น ก้อยปลา หรือปลาร้า เมื่อผลการตรวจคัดกรองนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามจำนวน 12,733 คน พบมีติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับถึง 4,233 คน หรือคิดเป็น 33%
นอกจากนี้ ผลตรวจคัดกรองนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 1,922 คน ยังพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 380 คน หรือคิดเป็น 19% ตามการรายงานของสำนักข่าวหลายสำนัก
พยาธิใบไม้ตับเป็นโรคที่รักษาได้ ทว่าหากไม่ได้รับการรักษาแล้วปล่อยให้พยาธิอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีซึ่งอันตรายถึงชีวิต
ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคได้เฝ้าระวังและตรวจหาพยาธิใบไม้ตับเป็นระยะในพื้นที่เสี่ยง 30 จังหวัด ประกอบด้วย 20 จังหวัดในภาคอีสาน และ 10 จังหวัดในภาคเหนือที่พบพฤติกรรมการกินปลาน้ำจืดมีเกล็ดขาว โดยเป็นการกินแบบดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้
การศึกษาหลายชิ้นที่ย้อนหลังไปถึงสามทศวรรษบ่งชี้ว่าพฤติกรรมการกินดิบของชาวอีสาน ฝังรากลึกมาอย่างยาวนานจนยากจะปรับเปลี่ยนได้ และปลาคือเนื้อสัตว์ที่มีความสำคัญรองจากข้าวที่ชาวอีสานนำมาปรุงกินเป็นอาหารได้ทั้งแบบสุกและแบบดิบมายาวนานแล้ว
ผลการตรวจล่าสุดจะช่วยสร้างความตระหนักจนเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ได้หรือไม่ และกำลังสะท้อนภาพรวมสถานการณ์โรคนี้อย่างไร
ชุดตรวจคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ในตับแบบรวดเร็วที่พัฒนาโดยสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ที่เรียกว่า OV-ATK ซึ่งใช้ตรวจนักศึกษาในสองมหาวิทยาลัยข้างต้นนั้น มีลักษณะภายนอกคล้ายกับชุดตรวจโควิด-19 ที่เรามักคุ้นเคยกัน แต่จะใช้ตัวอย่างปัสสาวะในการตรวจหาโรค
นี่คือวิธีการที่ใหม่กว่าวิธีดั้งเดิมอย่างการตรวจจากอุจจาระ และสามารถทราบผลได้รวดเร็วกว่า เมื่อชุดตรวจแสดงผลเป็นขีดสีแดงหนึ่งขีดหรือสองขีด โดยมีวิธีการอ่านผลเช่นเดียวกับการตรวจโรคโควิด-19 คือหากมีขีดสีแดงขึ้นสองขีด หมายความว่าพบร่องรอยของพยาธิใบไม้ตับในร่างกาย
พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค บอกกับบีบีซีไทยว่า หลักการของชุดตรวจ OV-ATK คือการตรวจหาแอนติเจน (ซึ่งหมายถึงสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายแล้วกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้) ซึ่งเป็นคนละแบบกับการตรวจอุจจาระที่เป็นการตรวจหาไข่พยาธิ
"มันก็เป็นข้อดีตรงที่ว่ามันอาจจะสามารถตรวจเจอได้ในกรณีซึ่งเชื้อน้อย ๆ แล้วเราก็ตรวจ แต่ข้อที่เรากังวลก็คือว่ามันมีผลบวกลวงกับพยาธิอย่างอื่น คือหมายถึงว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้ติดพยาธิใบไม้ตับ แต่อาจจะเป็นพยาธิตัวอื่น... ซึ่งขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงทดลอง" พญ.จุไร กล่าวโดยเสริมว่ากรมควบคุมโรคเองก็กำลังมีแผนที่จะตรวจสอบยืนยันความแม่นยำ (validate) ของชุดตรวจแบบ OV-ATK นี้อยู่เช่นกัน
พญ.จุไร มองว่ากรณีที่ จ.มหาสารคาม จำเป็นที่จะต้องตรวจยืนยันด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่น การตรวจอุจจาระ ซึ่งเป็นวิธีการที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำและเป็นวิธีการที่กรมควบคุมโรคใช้ตรวจกลุ่มเสี่ยง 30 จังหวัดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา หรืออาจใช้การตรวจด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยา เช่น
📌 Kaynak
Bu haber XML kaynağından derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.
Orijinal haberi oku →