"รัฐบาลสร้างความลำบากให้กับประชาชน" เสียงจากผู้ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องมาพิสูจน์ความจน ทั้งที่รู้สึกว่า "ไม่ได้รวยขึ้นเลย"
"ผมว่ามันเป็นการยุ่งยากกับระบบตรงนี้" หนึ่งในผู้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2569 บอกกับบีบีซีไทย โดยผู้อุทธรณ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งมองว่ากระบวนการควรต้องจบทางออนไลน์ได้ และภาครัฐควรต้องมีข้อมูลอยู่ในมืออยู่แล้วที่สามารถคัดกรองความจนได้โดยที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางมาพิสูจน์
"ไปต่อใบขับขี่เหรอ" คนขับรถยนต์รับจ้างทักบีบีซีไทยทันทีที่ก้าวขาขึ้นรถซึ่งเรียกผ่านแอปพลิเคชันหนึ่งโดยปักหมุดหมายไปที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 เขตตลิ่งชัน
หลังจากสนทนากันครู่หนึ่งและเมื่อคนขับรถรับจ้างผู้นี้ทราบว่า ผู้เขียนเป็นนักข่าวที่กำลังจะไปทำข่าวผู้อุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่นั่น เขาก็บอกทันทีว่า "ผมก็ไม่ได้" พร้อมหยิบเอกสารหลายแผ่นจากหน้ารถยื่นส่งมาให้
หนึ่งในเอกสารที่เขายื่นให้มีกระดาษที่จั่วหัวว่า "ผลการพิจารณาคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569" โดยมีข้อความระบุว่าเขา "ไม่ผ่านเกณฑ์" เนื่องจาก "มีกรรมสิทธิ์ในรถเกินกว่าที่โครงการกำหนด"
ตลอดระยะเวลา 45 นาทีของการเดินทาง ผู้ที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนในปี 2559 เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต ตั้งแต่ที่เคยขับรถแท็กซี่จนโดนโกงถูกยึดรถ ต้องกู้หนี้ยืมสิน ผ่านมรสุมจนเข้าเกณฑ์เป็นผู้ที่รัฐเรียกว่า "คนจน" มาเป็นเวลา 10 ปี กระทั่งสถานะนั้นเพิ่งจะหายไปจากระบบของรัฐเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยที่เขารู้สึกว่าเขา "ไม่ได้รวยขึ้นเลย"
"เขาบอกว่าผมติดเรื่องรถ เขาบอกว่ามีรถกระบะ มีรถ 3 คัน" สมเกียรติ หิริสมบูรณ์ วัย 59 ปีบอกกับบีบีซีไทยถึงสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ผ่านคุณสมบัติผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้
ในเอกสารผลการพิจารณาที่เขายื่นให้ดู ระบุข้อมูลรถทั้งสามคัน แบ่งเป็นรถประเภท 'รย.03' (รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล) 1 คัน และประเภท 'รย.12' (รถจักรยานยนต์) อีก 2 คัน โดยมีความจุกระบอกสูบหรือซีซี (cc.) 97.00 และ 124.00
เขาเล่าว่ารถยนต์คันที่มีข้อมูลในระบบนั้น คือรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นแฟมิเลีย ที่เขาซื้อมือสองมาเอาไว้ใช้ทำงานขับรับ – ส่งของ หลังจากที่ถูกยึดรถแท็กซี่ไป แต่ต่อมาถูกชนจนพังเละ ซึ่งเขาได้แจ้งยกเลิกการใช้รถกับกรมการขนส่งทางบกไปตั้งแต่ปี 2565 แล้ว โดยขณะนั้นรถมีอายุประมาณ 35 ปี
ส่วนรถจักรยานยนต์อีกสองคัน คันหนึ่งคือรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟินน์ ที่ยังผ่อนอยู่เดือนละ 1,000 บาท ให้ลูกชายใช้งาน ส่วนอีกคันคือรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สกายไดรฟ์ อายุร่วม 20 ปี ที่ลูกสาวใช้งานอยู่
ส่วนรถยนต์ที่เขากำลังขับมายังสำนักงานขนส่งฯ เขาบอกว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของคนรู้จักที่ "ให้ยืมมา" แลกกับค่าตอบแทนที่เขาจ่ายให้เดือนละ 5,000 – 6,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เขามองว่าเขาไม่สามารถหาเช่ารถที่อื่นในราคานี้ได้อีกแล้ว
"เขาบอกผมมีรถกระบะ รถผมก็พังไปแล้ว ผมแจ้งยกเลิกไปแล้ว" สมเกียรติโอดครวญ "รถมันเละทั้งคัน คุณจะทำยังไง ข้อมูลยังมี ถามว่าทำไมไม่ยกเลิกในข้อมูลล่ะ ต้องถามอย่างนี้ดีกว่า ระบบกลไกมันเป็นอย่างนี้ แล้วถามว่าประชาชนเดือดร้อนไหม เดือดร้อนเต็ม ๆ อยู่แล้ว"
เมื่อถึงสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 สมเกียรติใช้โอกาสนี้เข้าไปตรวจสอบแก้ไขข้อมูลดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ด้วย ขณะที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยมีโอกาสได้พูดคุยกับคนอื่น ๆ ที่มาตรวจสอบสิทธิ์ในลักษณะคล้ายกันด้วย
การตรวจสอบสิทธิ์ที่นี่ในช่วงบ่ายวันอังคาร (21 ก.ค.) ใช้เวลาไม่นานนัก เนื่องจากมีการจัดโซนและเ
📌 Source
This summary is auto-compiled from XML. Visit the original article for the full text.
Read original article →