ย้อนเส้นทาง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา จุดไหนในเส้นทางอาชีพที่ส่งให้ได้เป็น ว่าที่ ผบ.ตร. คนที่ 16

📌 Diğer 📰 Thailand 🕐 3 saat önce
ย้อนเส้นทาง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา จุดไหนในเส้นทางอาชีพที่ส่งให้ได้เป็น ว่าที่ ผบ.ตร. คนที่ 16

รู้จักแคนดิเดต ผบ.ตร. ที่มีความอาวุโสเป็นลำดับ 3 แต่กลับได้ขึ้นกุมบังเหียนเป็น "แม่ทัพสีกากี" หลัง ก.ตร. มีมติเอกฉันท์ให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ขึ้นแท่นเป็นว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) คนที่ 16 หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติเอกฉันท์ 12-0 ให้แคนดิเดตที่มีความอาวุโสเป็นลำดับ 3 ขึ้นกุมบังเหียนเป็น "แม่ทัพสีกากี"

การประชุม ก.ตร. เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นั่งเป็นประธาน ก.ตร. ในวาระการพิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. คนต่อไป

แคนดิเดตทั้งหมด 4 คน เรียงตามลำดับอาวุโสมากสุดไปน้อยสุด ดังนี้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ

สุดท้ายแล้ว ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายพลตำรวจที่ไม่ได้อยู่ในลำดับอาวุโสแรก และยังเหลืออายุราชการอีกถึง 7 ปี โดยมีกำหนดเกษียณอายุราชการในปี 2576 ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับแคนดิเดตคนอื่น ๆ ที่มีกำหนดเกษียณอายุราชการในปี 2570-2572

พล.ต.อ.สำราญ มาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดา เคยเป็นเด็กวัดคอยเดินตามพระวัดโตนดหลวง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี อาศัยข้าวก้นบาตรเลี้ยงชีพ จึงปลูกฝังนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน ด้วยความมุ่งมั่น สอบเข้าเรียนต่อเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 34 นักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 50 (นรต.50)

เมื่อปี 2547 หลังจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจมาได้ 7 ปี ขณะมียศเป็น ร.ต.อ. ตำแหน่งรองสารวัตร เขาได้รับตำแหน่งสำคัญขึ้นเป็นสารวัตรสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (หน่วย 191) ที่เพิ่งเพิ่มตำแหน่งเป็น 3 คน แบ่งกันคุมพื้นที่สืบสวนปราบปรามอาชญากรรม "เหนือ-ใต้-ธนฯ" ใหม่ เพราะก่อนหน้านั้นมีสารวัตรเพียงคนเดียว ซึ่งชาวนครบาลเรียกกันติดปากว่า "สืบพิเศษ"

สำราญเติบโตในหน่วย 191 หลายปี จนเป็นรองผู้กำกับการสายตรวจในปี 2551 เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ไม่พรวดพราด ครองตำแหน่งครบกำหนดระยะเวลา ก็เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ช่วงนี้เองที่เขาได้รับการจับตามองว่าจะเติบโตนำรุ่น เพราะอยู่ในหน่วยสำคัญของนครบาล

สำราญนั่งเก้าอี้รองผู้กำกับการ 4 ปีเต็ม ทั้งที่ 191 และศูนย์สืบสวนนครบาล ก็ขยับขึ้นเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (ผกก.สน.) ดอนเมือง เมื่อปี 2555 ก่อนโยกกลับมาเป็นผู้กำกับการสายตรวจ อยู่จนครบเป็นรองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษเมื่อปี 2559 จากนั้นเริ่ม "ได้แรงหนุนดี" ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์ขึ้นเป็นผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษในปี 2561 หลังนั่งเก้าอี้รองผู้บังคับการได้เพียง 2 ปี ซึ่งไม่ครบหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กำหนดไว้ 5 ปี

ในรายงานของบีบีซีไทยปี 2564 อ้างอิงรายงานจาก "ฐานเศรษฐกิจ" ที่ระบุว่าระหว่างดำรงตำแหน่งผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 เขาได้ปฏิบัติงานการถวายอารักขาและถวายความปลอดภัยแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ และสั่งการให้ตำรวจสายตรวจรถยนต์ออกตรวจตรา ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดจับ เน้นการควบคุมอาชญากรรมให้ได้มากที่สุด และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจกับประชาชน

จนกระทั่งในปี 2562 สำราญขึ้นตำแ

📌 Kaynak

Bu haber XML kaynağından derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.

Orijinal haberi oku →
📱
News AI World — Mobil uygulama
Bu haberleri 45 dilde, anlık çeviriyle cebinde. Erken erişim için Gmail adresini bırak.
← Tüm haberlere dön