สองหนุ่มอิตาลีข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยรถลอยน้ำสองคัน สานฝันพ่อที่กำลังจะจากไป
สองหนุ่มชาวอิตาลีพยายามข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยรถยนต์ลอยน้ำ เพื่อสานต่อความฝันให้กับพ่อ ผู้เป็นนักผจญภัยที่กำลังจะจากไป
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 1999 กลางมหาสมุทรแอตแลนติกที่ห่างจากชายฝั่งประเทศบาร์เบโดสไปราว 1,200 กิโลเมตร เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งพบเข้ากับภาพที่ชวนให้งุนงง มีรถยนต์สองคันลอยอยู่กลางทะเล คันแรกคือ โฟล์คสวาเกน พาสสัต (Volkswagen Passat) และอีกคันคือ ฟอร์ด เทานุส (Ford Taunus) โดยมีชาวอิตาเลียนสองคนนั่งอยู่บนหลังคารถทั้งสอง
เพื่อนคู่หูสองคนนี้คือ มาร์โก อาโมเรตติ วัย 23 ปี และมาร์โก เด กันเดีย วัย 21 ปี ซึ่งเป็นอายุของพวกเขาในขณะนั้น ทั้งคู่ออกเดินทางจากเกาะลาปัลมาในหมู่เกาะคานารีมาแล้วเกือบ 4 เดือนตอนที่เรือบรรทุกน้ำมันมาพบพวกเขา
"กัปตันเรืออยากรู้ว่าเราอยู่บนยานพาหนะประเภทไหน" อาโมเรตติเล่า "เราไม่รู้จะตอบยังไงดี เขาอยากรู้เลขทะเบียนรถเราหรือเปล่านะ"
เรือน้ำมันลำนั้นแบ่งน้ำและผลไม้ให้พวกเขา ก่อนที่สองหนุ่มจะออกเดินทางต่ออย่างร่าเริง
การข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยรถเป็นความฝันที่ จอร์โจ อาโมเรตติ พ่อของมาร์โก ใฝ่ฝันมาตลอด
จอร์โจ อาโมเรตติ เป็นทั้งนักผจญภัยและช่างภาพข่าว การเดินทางสุดพิสดารของเขายังรวมไปถึงการข้ามทะเลทรายซาฮาราด้วยร่มชูชีพที่ลากด้วยรถยนต์ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารทั่วโลก
ทว่าในตอนนั้นพ่อกำลังจะจากโลกนี้ไป และนั่นคือโอกาสของมาร์โกที่จะทำให้ความฝันสุดท้ายของพ่อเป็นจริง
ในอิตาลี จอร์โจมักตกเป็นข่าวอยู่เสมอจากมุมมองที่สุดโต่งของตัวเขา เขาให้ลูกทั้ง 6 คนของตัวเองเรียนหนังสือจากที่บ้าน และต่อสู้เพื่อให้ได้สถานะ "พ่อบ้าน" (house-husband) ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นแนวคิดที่ใหม่มากในเวลานั้น เขายังเถียงว่ารัฐควรเข้ามามอบเงินให้กับเหล่าผู้เป็นแม่ที่ต้องอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูก
จอร์โจใช้ประโยชน์จากแสงไฟที่สื่อสาดใส่เขาจากการผจญภัยสุดบ้าบิ่น มาเป็นกระบอกเสียงให้กับการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เขาทำอยู่ ตอนนั้นเขาวางแผนจะข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยรถยนต์ลอยน้ำ เพื่อรณรงค์เรียกร้องค่าตอบแทนให้ผู้หญิงที่เป็นแม่ที่ทำงานบ้าน เขาใช้เวลาหลายปีดัดแปลงรถมือสองให้แล่นในทะเลได้ และมาร์โก อาโมเรตติ ผู้เป็นลูกก็เติบโตมากับการเฝ้าดูพ่อลงมือประดิษฐ์รถต้นแบบคันนั้นอยู่ในสวนหลังบ้าน
"รถคันนั้นเหมือนตัวละครจากนิทานแฟนตาซี มันคือความฝันของเรา" เขาเล่า
จอร์โจทดสอบนำ "รถทะเล" ลงน้ำครั้งแรกจากหมู่เกาะคานารีในปี 1978 แต่ทางการก็เข้ามาหยุดยั้งเขาไว้ ต่อมาในปี 1988 เขานำรถดัดแปลงคันนั้นไปแล่นในคลองกานาลดูมีดี ประเทศฝรั่งเศส
อย่างไรก็ดี การข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกยังคงเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่เขาหาเงินทุนได้ไม่เพียงพอ
หลังจากนั้น ในเดือน พ.ย. 1998 จอร์โจก็ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง โดยแพทย์บอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่เดือนเท่านั้น เหตุการณ์นั้นทำให้ลูกชายของเขาทั้งมาร์โก เมาโร และฟาบิโอ มีแรงฮึดในการทำให้ความฝันสุดท้ายของเขาเป็นจริง พวกเขาต่างเริ่มเตรียมความพร้อมให้กับรถยนต์ทั้งสองคันทันที โดยติดตั้งกระดูกงูโลหะ เสากระโดง และโทรศัพท์ดาวเทียมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์
"เราไม่ค่อยแน่ใจว่าการดัดแปลงพวกนี้จะถูกกฎหมายสำหรับการขับบนท้องถนนหรือเปล่า เราเลยพรางมันไว้ให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำไ
📌 Kaynak
Bu haber XML kaynağından derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.
Orijinal haberi oku →