เมื่อการเลื่อนตำแหน่งถูกผูกกับความถี่การใช้เอไอ การนำเอไอมาใช้แบบไร้ทิศทางส่งผลต่อองค์กรอย่างไร
หลายบริษัทกดดันพนักงานใช้เอไอ แต่ยังไม่ได้วางแผนการใช้งานให้ดีพอ
ตอนที่มัลคอล์ม (นามสมมติ) วิศวกรปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ทำงานอยู่ที่บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลแห่งหนึ่ง เหล่าผู้บริหารต้องการใช้เอไอสร้างสรรค์หรือเจนเอไอ (generative AI) ในการจัดหมวดหมู่ฐานข้อมูลลูกค้าออกเป็นกลุ่มลักษณะบุคคลต่าง ๆ
มัลคอล์มแย้งว่าการใช้โมเดลการเรียนรู้ของสมองกลหรือแมชชีนเลิร์นนิ่ง (machine learning) แบบดั้งเดิมเหมาะสมกว่ามากเพราะจะให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ ทำซ้ำได้ และมีต้นทุนที่ถูกกว่ามากด้วย
แม้นั่นจะหมายถึงกระบวนการทำงานที่แม่นยำน้อยลงและมีค่าใช้จ่ายแพงขึ้นมาก แต่ก็ช่วยให้องค์กรสามารถอ้างได้ว่าพวกเขากำลังเปิดรับการใช้งานเอไอ
ประสบการณ์ของมัลคอล์มน่าจะเป็นเรื่องที่คุ้นเคยสำหรับพนักงานในบริษัทอื่น ๆ เพราะผู้บริหารจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังเปิดรับเทคโนโลยีเอไอและกำชับให้พนักงานใช้งาน
เมื่อเดือน ก.พ. มีรายงานว่า แอคเซนเจอร์ (Accenture) บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ได้แจ้งกับพนักงานว่าการเลื่อนตำแหน่งขึ้นสู่ระดับสูงจะมีการพิจารณาถึง"การใช้งานเครื่องมือเอไอเป็นประจำ" และทางบริษัทจะติดตามการใช้งานแพลตฟอร์มเอไอที่บริษัทได้พัฒนาขึ้น
ต่อมาในเดือน พ.ค. บริษัทคู่แข่งอย่าง เคพีเอ็มจี (KPMG) ระบุว่าได้พัฒนาแดชบอร์ดเพื่อติดตามว่าพนักงานในสหรัฐฯ ของบริษัทสามารถใช้งานเครื่องมือเอไอได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 75% หรือไม่
ทางบริษัทกล่าวว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของ "ความพยายามแบบองค์รวม... เพื่อช่วยให้บุคลากรพัฒนาไปสู่ระดับความเชี่ยวชาญด้านเไอที่สูงขึ้น"
องค์กรอื่น ๆ อาจมีแนวทางในการนำเอไอมาใช้แบบเจาะจงเป้าหมายน้อยกว่านี้ แต่ก็ยังคงคาดหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาพลิกโฉมวิถีการทำงานในแต่ละวันของพนักงาน
รัฐบาลของหลายประเทศก็กำลังมุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเอไอเช่นกัน
รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังฝากความหวังไว้กับเอไอเพื่อช่วย "วางระบบใหม่" ให้กับภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยโดยสหภาพแรงงานข้าราชการพลเรือนชี้ให้เห็นว่า แม้บรรดาข้าราชการจะเปิดรับแนวคิดเรื่องการใช้เอไอเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็ยังมีข้อกังขาว่าฝ่ายบริหารจะสามารถรับมือกับการพลิกโฉมครั้งนี้ได้หรือไม่
สหภาพฯ พบว่ามีข้าราชการไม่ถึงหนึ่งในสามที่ได้รับการปรึกษาหารือถึงแนวทางในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ ซึ่งหมายความว่า "การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน แต่พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วม"
เดฟ เพนแมน เลขาธิการสหภาพแรงงานข้าราชการพลเรือนในสหราชอาณาจักร กล่าวว่าการเริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้ "ขาดความสอดคล้องกันในแต่ละกระทรวงหรือหน่วยงาน ส่งผลให้การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่ควรจะเพิ่มขึ้นทำได้ไม่เต็มศักยภาพ"
แดน บอยล์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เฮลโล เอไอ คอลเลคทีฟ (Hello AI Collective) บริษัทที่ปรึกษา กล่าวว่า แม้องค์กรต่าง ๆ จะกระตือรือร้นในการชูเรื่องการนำเอไอมาใช้ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยมีความชัดเจนนักว่าเหตุใดจึงนำมันมาใช้ และคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากเอไออย่างไร
"ผมเคยอยู่กับบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งหนึ่ง และได้นั่งคุยกับกลุ่มผู้บริ
📌 Kaynak
Bu özet BBC Thai kaynağından otomatik derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.
Orijinal haberi oku →