"งามสมบรมราชินี" สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ทูตวัฒนธรรมนำมรดกไทยสู่เวทีโลก
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ หรือ 48 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเวียนมาถึงในวันที่ 3 มิ.ย. 2569 พสกนิกรชาวไทยและประชาชนทุกหมู่เหล่าทั่วโลก ต่างก็ได้ประจักษ์ชัดในพระอัจฉริยภาพด้านการสื่อสาร รวมทั้งบทบาทการเป็นทูตวัฒนธรรมและทูตสันถวไมตรี ซึ่งเชื่อมสัมพันธ์และยกระดับภาพลักษณ์ของราชอาณาจักรไทยในสายตาต่างชาติ
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ หรือ 48 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเวียนมาถึงในวันที่ 3 มิ.ย. 2569 พสกนิกรชาวไทยและประชาชนทุกหมู่เหล่าทั่วโลก ต่างก็ได้ประจักษ์ชัดในพระอัจฉริยภาพด้านการสื่อสาร รวมทั้งบทบาทการเป็นทูตวัฒนธรรมและทูตสันถวไมตรี ซึ่งเชื่อมสัมพันธ์และยกระดับภาพลักษณ์ของราชอาณาจักรไทยในสายตาต่างชาติ
ด้วยพระสิริโฉมที่งดงาม พระจริยวัตรที่แช่มช้อยอ่อนหวานแต่ก็ดูมีสง่าราศี รวมทั้งฉลองพระองค์ผ้าไทยและชุดไทยประยุกต์ ซึ่งโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ไทยดั้งเดิมแต่ก็ทันสมัย เหมาะสมกับการโดยเสด็จฯ ร่วมงานพระราชพิธีและรัฐพิธีสำคัญในระดับสากล เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่ง ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างกล่าวขวัญแสดงความชื่นชมว่า "ควีนสุทิดา" คือผู้สืบสานตำนาน "แม่ของแผ่นดิน" อย่างแท้จริง ไม่ต่างจากที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเคยได้รับการยกย่องจากนานาชาติมาแล้ว
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงใช้พัสตราภรณ์ในการทูตเชิงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับต่างชาติที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันในภูมิภาคเอเชีย ดังจะเห็นได้จากเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏาน เมื่อวันที่ 25-28 เม.ย. 2568 ทรงเน้นการใช้ผ้าไทยเฉดสีเอิร์ธโทนจากธรรมชาติ เช่นน้ำตาล, เขียว, และฟ้าอ่อน ที่มีลวดลายขวางคล้ายกับผ้าพื้นเมืองของภูฏาน ซึ่งได้แก่ผ้าไหมแพรวาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ้าโฮลหรือผ้าไหมมัดหมี่แบบจังหวัดสุรินทร์ ผ้าทอมือของชาวเขา และผ้าจกไทยวนจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งนิยมนำมาใช้ตัดเย็บเป็นผ้าซิ่นตีนจก โดยผ้าไทยชนิดนี้มีลวดลายคล้ายกับผ้าพื้นเมืองของภูฏานเป็นพิเศษ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงเลือกชุดไทยอมรินทร์อันงามสง่า ที่มีแบบฉลองพระองค์ (เสื้อ) และพระภูษา (ผ้านุ่ง) ใกล้เคียงกับชุดพื้นเมืองของดินแดนมังกรสายฟ้า ส่วนพัสตราภรณ์ชุดที่โดดเด่นสร้างความฮือฮาได้มากที่สุดของครั้งนี้ ได้แก่ฉลองพระองค์สำหรับทรงลองยิงธนู กีฬาประจำชาติของภูฏาน ซึ่งใช้ผ้าจกไทยวนราชบุรีตัดเย็บเป็นชุด "คีรา" (Kira) หรือชุดประจำชาติของสตรีชาวภูฏาน แสดงถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรม และความกลมกลืนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของทั้งสองชาติได้เป็นอย่างดี
ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค. 2569 การผสมผสานทางวัฒนธรรมเพื่อผูกไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน สามารถจะเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านการทรงฉลองพระองค์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีอีกครั้ง โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเลือกผ้าไหมมัดหมี่และสไบแบบลาว ทั้งในการเสด็จฯ เยือนพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณของลาวและการเข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทรงเลือกใช้ผ้าพื้นเมืองอีสานที่เชื่อมสายสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขง โดยนอกจากผ้าไหมมัดหมี่แล้ว ยังมีผ้าไหมบัวสวรรค์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดหนองบัวลำภูอีกด้วย
ส่วนฉลองพระองค์ที่โดดเด่นชนะใจประชาชนชาวลาว คือชุดไทยเรือนต้นสีน้ำเงินเข้ม มีผ้าเบี่ยงหรือสไบปักลายที่เป็นเอกลักษณ์ของสต
📌 Kaynak
Bu özet BBC Thai kaynağından otomatik derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.
Orijinal haberi oku →