อะไรคือความท้าทายที่สุด เมื่อมนุษย์ต้องการมีลูกในอวกาศ หากต้องใช้ชีวิตนอกโลก

📌 Diğer 📰 BBC Thai 🕐 1 gün önce
อะไรคือความท้าทายที่สุด เมื่อมนุษย์ต้องการมีลูกในอวกาศ หากต้องใช้ชีวิตนอกโลก

นาซาตั้งเป้าหมายให้มนุษย์ไปอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ภายในปี 2032 แต่ก่อนอื่นเราต้องเอาชนะความท้าทายเรื่องการสืบพันธุ์ในอวกาศให้ได้เสียก่อน นี่คือเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษากันอย่างจริงจัง

ที่มาของภาพ, rbkomar / SCIEPRO/SCIENCE PHOTO LIBRARY via Getty Images

วงการอวกาศเพิ่งให้คำมั่นสัญญาครั้งใหญ่ โดยเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 640,000 ล้านบาท)

ภายในปี 2032 หน่วยงานอวกาศแห่งนี้ต้องการให้มนุษย์สามารถอยู่บนดวงจันทร์ในที่อยู่อาศัยแบบ "กึ่งถาวร"

นอกจากนี้ พวกเขายังมีแผนจะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารเป็นครั้งแรก ซึ่งระบุว่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 - 10 เดือน แต่หากวันหนึ่งเราต้องการใช้ชีวิตระยะยาวนอกโลก เราก็จำเป็นต้องสืบพันธุ์ที่นั่นด้วย ซึ่งหมายความว่าต้องหาวิธีรับมือกับสภาพแวดล้อมบางอย่างที่เราไม่คุ้นเคย

ดวงจันทร์แตกต่างจากโลกซึ่งได้รับการปกป้องด้วยสนามแม่เหล็กและชั้นบรรยากาศที่หนา พื้นผิวของดวงจันทร์และดาวอังคารยังถูกโจมตีด้วยรังสีอวกาศในระดับสูง นอกจากนี้ เรายังต้องเผชิญกับแรงโน้มถ่วงที่อ่อนกว่าโลกมากเมื่ออยู่บนดาวอังคารและดวงจันทร์ เพราะพวกมันมีขนาดเล็กกว่าโลกมาก

ยังมีประเด็นเรื่องกระบวนการเดินทางไปถึงที่นั่นอีกด้วย การเดินทางในอวกาศระยะไกลอาจส่งผลต่อร่างกายมนุษย์และต่อศักยภาพในการสืบพันธุ์ในแบบที่เรายังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้มากนัก

แม้ว่าการตั้งครรภ์บนดาวเคราะห์ดวงอื่น หรือแม้แต่อยู่ในอวกาศ อาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่กำลังศึกษาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ดร.นิโคล แม็กเฟอร์สัน อาจารย์อาวุโสที่มหาวิทยาลัยแอดิเลดในออสเตรเลีย เป็นหัวหน้ากลุ่มวิจัยชีววิทยาเกี่ยวกับอสุจิและตัวอ่อนในศูนย์ฟรีเมสันส์เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้ชาย (Freemasons Centre for Male Health and Wellbeing)

เธอเริ่มศึกษาประเด็นการสืบพันธุ์ในอวกาศ หลังจากชมสารคดีเกี่ยวกับอวกาศร่วมกับสามี

"มันเริ่มต้นจากโครงการไซ-ไฟเล็ก ๆ ที่ทำเพื่อความสนุก… ตอนนี้มันกลายเป็นงานวิจัยหลักไปแล้ว" แม็กเฟอร์สันกล่าว

เมื่อทำงานร่วมกับทีมนักวิจัย เธอวัดความสามารถการเคลื่อนที่ของอสุจิภายในเขาวงกตที่ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบระบบสืบพันธุ์ โดยกำหนดให้พวกมันอยู่ภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำแบบที่พบในอวกาศ

พวกเขาพบว่าอสุจิบางส่วนหลงทาง มีอสุจิที่สามารถไปถึงปลายทางของเขาวงกตได้น้อยกว่ากลุ่มควบคุมที่อยู่ในแรงโน้มถ่วงปกติถึง 50%

แม้ว่าการศึกษานี้จะไม่ได้จำลองสภาวะแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์บางดวงอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น ดาวอังคาร แต่แม็กเฟอร์สันกล่าวว่ามันแสดงให้เห็นถึงบทบาทของแรงโน้มถ่วงของโลกต่อพฤติกรรมตามปกติของอสุจิ

"นั่นชี้ให้เห็นว่ามีแรงโน้มถ่วงพื้นฐานที่อสุจิใช้ในการปฏิสนธิแบบธรรมชาติ" เธอกล่าว

ความท้าทายเรื่องแรงโน้มถ่วงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปฏิสนธิเท่านั้น นักวิจัยยังศึกษาผลกระทบของสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำต่อพัฒนาการของตัวอ่อนหนูในช่วง 24 ชั่วโมงแรกด้วย

"เราพบผลลัพธ์ที่แย่ลง การพัฒนาของตัวอ่อนไม่ดี และลักษณะของตัวอ่อนในระยะแรกก็ไม่ดีเช่นกัน" แม็กเฟอร์สันกล่าว

ดร. ฟาที คาโรอีอา นัก

📌 Kaynak

Bu özet BBC Thai kaynağından otomatik derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.

Orijinal haberi oku →
← Tüm haberlere dön