"จีนมีอะไรได้ จีนก็เอา" มองโครงการแลนด์บริดจ์ จีน-ไทย ใครได้ประโยชน์กว่ากัน
ท่ามกลางความพยายามจะเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ต่อภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล บีบีซีไทยสรุปผลการศึกษาที่เคยมีผู้ศึกษาไว้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงตอบคำถามที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ว่า มหาอำนาจอย่างจีน จะได้ประโยชน์อะไรจากเมกะโปรเจกต์นี้หรือไม่
แนวคิดการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมฝั่งอ่าวไทย-ทะเลอันดามันให้เป็นเส้นทางการขนส่งแห่งใหม่ หรือที่เรียกว่า "แลนด์บริดจ์" ที่มีความพยายามผลักดันมาหลายสมัยรัฐบาลถูกกลับมาพูดถึงอีกครั้งในยุคของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
โดยความเคลื่อนไหวสำคัญคือคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการนี้ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานกรรมการ ซึ่งสื่อไทยหลายสำนักรายงานว่ามีการตั้งกรอบระยะเวลาการศึกษาไว้ที่ 90 วัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาแนวทางจัดทำโครงการนี้ ที่ผ่านมาเคยมีผลการศึกษาเกี่ยวกับโครงการนี้อย่างน้อยสามฉบับ และบางฉบับก็มีเนื้อหาที่ขัดแย้งกัน
ท่ามกลางความพยายามจะเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ต่อภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล บีบีซีไทยสรุปผลการศึกษาที่เคยมีผู้ศึกษาไว้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงตอบคำถามที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ว่า มหาอำนาจอย่างจีน จะได้ประโยชน์อะไรจากเมกะโปรเจกต์นี้หรือไม่
โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ คือโครงการที่มีแนวคิดจะเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร และฝั่งอันดามัน จ.ระนอง เข้าด้วยกัน ผ่านเส้นทางมอเตอร์เวย์, ทางรถไฟ และถนนบริการ ด้วยความหวังจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเลือกแก่กลุ่มเป้าหมายที่ปัจจุบันขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกา
แนวคิดการจะเชื่อมต่อทะเลระหว่างอ่าวไทยและอันดามันมีมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ แต่รูปแบบของ "แลนด์บริดจ์" ที่กำหนดพื้นที่เป้าหมายคือ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง นั้น เริ่มต้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้การผลักดันของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในขณะนั้น จากนั้นก็ถูกสานต่อในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น รมว.คมนาคม และสานต่อมาเรื่อย ๆ จนมาถึงรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็น รมว.คมนาคม
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีคำสั่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการนี้หลายชุด โดยผลการศึกษาแรกที่ออกมาคือรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ทำร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เผยแพร่ในปี 2565 โดยศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ 4 แนวทาง ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์เป็นหนึ่งในนั้น
ก่อนที่ต่อมาจะมีรายงานอีกฉบับที่มักถูกนำมาอ้างอิงร่วมด้วย คือรายงานการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ภายใต้กระทรวงคมนาคม ที่บีบีซีไทยไม่พบผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ มีเพียง "รายงานความก้าวหน้า ฉบับที่ 2" ที่ตีพิมพ์ในเดือน มี.ค. 2566 และรายงานศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility study) ที่ตีพิมพ์ในเดือน พ.ค. 2567 โดยเนื้อหาในรายงานของ สนข. นี้ ส่วนใหญ่เน้นที่โครงการแลนบริดจ์เป็นหลัก โดยมีการเปรียบเทียบกับการขุดคลองเชื่อมทะเลทั้งสองฟาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่มีการศึกษาในรายงานของ สศช.-จุฬาฯ
และรายงานเกี่ยวกับแลนด์บริดจ์ฉบับที่สามคือ ผลการศึกษาโดย กมธ.วิสามัญพิจา
📌 Kaynak
Bu özet BBC Thai kaynağından otomatik derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.
Orijinal haberi oku →