ถอดรหัสจีนเทา เหตุใดซื้อ "ใบเกิดทิพย์" และอภิสิทธิ์ "คุก VIP" ในไทยได้ ?
การแทรกซึมเข้าไปในหลายส่วนของระบบรัฐ นำไปสู่คำถามสำคัญว่าอะไรคือสิ่งที่เปิดทางให้ผู้กระทำผิดชาวจีนสามารถใช้เงินซื้อได้แทบจะทุกอย่าง พวกเขาเก่งกว่ากลุ่มอาชญากรรมชนชาติอื่น ๆ หรือระบบของไทยต่างหากที่มีปัญหา
ความเคลื่อนไหวของหน่วยงานไทยในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่ามีชาวจีนกลุ่มหนึ่งสามารถใช้เงินทำอะไรก็ได้เพื่อให้เข้าถึงอภิสิทธิ์ในเรือนจำ ไปจนถึงแจ้งเกิดลูกของตนเองด้วยข้อมูลเท็จ ซึ่งหากทำสำเร็จและไม่มีใครจับได้ เด็กคนนั้นจะกลายเป็นผู้ถือสัญชาติไทยอย่างสมบูรณ์
กรณีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้เงินซื้ออภิสิทธิ์หรือให้ได้มาซึ่งสัญชาติไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่แทรกซึมเข้าไปในหลายส่วนของระบบรัฐ จนนำไปสู่คำถามสำคัญว่าอะไรคือสิ่งที่เปิดทางให้คนกลุ่มนี้สามารถใช้เงินซื้อได้แทบจะทุกอย่าง พวกเขาเก่งกว่ากลุ่มอาชญากรรมชนชาติอื่น ๆ หรือระบบของไทยต่างหากที่มีปัญหา
นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร" เพื่อเอาผิดกับขบวนการแจ้งเกิดให้ลูกชาวจีนด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยสามารถจับกุมนายนพรัตน์ ด้วงพรหม อดีตปลัดอำเภอห้วยแถลง จ.นครราชสีมา น.ส.จินดา เกล็ดงูเหลือม เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงานเทศบาล ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ น.ส.นันทิดา แก้วคูนอก ลูกจ้างสำนักทะเบียนที่ว่าการอำเภอห้วยแถลง หลังตรวจสอบพบว่าทั้งสามคนร่วมกันออกใบเกิดให้กับเด็กชาวจีนหลายสิบคนมานานหลายปี ซึ่งในตอนนี้ถูกเรียกว่า "ใบเกิดทิพย์"
อย่างไรก็ดี นายนพรัตน์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าหน้าที่อีก 2 คนให้การยอมรับสารภาพและซัดทอดไปยังนายนพรัตน์ โดยบอกว่าได้ค่าตอบแทนครั้งละ 10,000-30,000 บาท
นายบัณฑิต นามเครือ ผู้อำนวยการส่วนสัญชาติและการทะเบียน และบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย (ผอ.สสบ.) กรมการปกครอง บอกกับบีบีซีไทยว่าในตอนนี้พบ "ใบเกิดทิพย์" เด็กชาวจีนแล้ว 66 ราย ซึ่งถูกระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนทั้งหมดแล้ว
รูปแบบการกระทำความผิดของขบวนการนี้มี 2 รูปแบบ รูปแบบแรก ทางเจ้าหน้าที่ทุจริตหาชื่อชายไทยมาสวมว่าเป็นพ่อเด็ก โดยที่ชายไทยคนดังกล่าวไม่รู้เรื่องและไม่ได้ถูกว่าจ้างให้รับเป็นพ่อเด็ก เพื่อให้เด็กมีชื่อเป็นพ่อคนไทย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะได้สัญชาติไทยตามบิดาคนไทยทันทีเมื่อเกิดมาและได้สิทธิตามกฎหมายไทยทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมทางการเงิน การดำเนินธุรกิจ หรือถือครองทรัพย์สินใด ๆ
รูปแบบที่สอง คือ เจ้าหน้าที่ระบุในระบบทะเบียนราษฎรตามจริงว่าเด็กมีพ่อแม่เป็นคนสัญชาติจีน แต่ปลอมแปลงข้อมูลว่าเด็กเกิดที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี ทั้งที่เด็กไม่ได้เกิดในโรงพยาบาลนั้นจริง ลักษณะนี้จะเกิดกับกรณีที่เด็กเกิดมาได้หลายปีแล้ว และพ่อแม่ต้องการแจ้งเกิดในไทย เพื่อให้มีชื่อในทะเบียนบ้าน และสามารถนำสถานะทางทะเบียนไปใช้เปิดบัญชีธนาคารหรือทำหนังสือเดินทางในอีกตัวตนหนึ่งได้ แต่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของไทยจะระบุว่า "ไม่มีสัญชาติไทย"
"เราพบว่ามีการใช้ใบรับรองการเกิดของโรงพยาบาลฯ ของเด็กคนอื่นมาใส่ในฐานข้อมูลว่าเป็นเอกสารรับรองจากโรงพยาบาลฯ ของเด็กจีน เหมือนเวียนซ้ำใบรับรองของเด็กที่แจ้งเกิดไปแล้ว ไม่ต่างจากการรียูส (reuse) หรือใช้เอกสารเดิมแต่กรอกในระบบเป็นเลขใหม่ที่ไม่ตรงกัน" เจ้าหน้าที่จากกรมการปกครองกล่าว
นายบัณฑิตอธิบายต่อ
📌 Kaynak
Bu özet BBC Thai kaynağından otomatik derlenmiştir. Tamamı için orijinal habere gidin.
Orijinal haberi oku →